บทที่ 5 EP5 คำอธิษฐานที่ว่างเปล่า
ทว่าเมื่อสายตาของเธอประสานเข้ากับปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่ม ฝีเท้าของพยาบาลสาวก็ชะงักกึก รอยลิปสติกสีแดงสดประทับโดดเด่นอยู่บนคอปกเสื้อ รอยสีแดงนั้นช่างชัดเจนและกรีดลึกลงไปในความรู้สึกราวกับใบมีดอาบยาพิษ มันตอกย้ำให้เห็นว่าช่วงเวลาที่เธอเฝ้ารอคอยอย่างทรมาน เขาไปตักตวงความสุขกับผู้หญิงคนอื่นมาอย่างลึกซึ้งเพียงใด
“รอย...ที่คอเสื้อ” นลินดาเผลอหลุดปากออกไปด้วยความร้าวราน เธอเอื้อมมือออกไปหมายจะสัมผัสรอยเปื้อนนั้นด้วยสัญชาตญาณ
ตุลธรปัดมือเธอออกอย่างแรงจนร่างบอบบางเซถอยหลัง ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นัยน์ตาสีรัตติกาลของเขาลุกโชนด้วยความไม่พอใจ เขาเกลียดการถูกตั้งคำถาม เกลียดการถูกล้ำเส้น และเกลียดที่สุดคือผู้หญิงที่ทำตัวงี่เง่าเรียกร้องความสนใจในเรื่องที่ไม่ใช่กงการของตัวเอง
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ” น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและบาดลึก “อย่ามาทำตัวจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของฉัน นลินดา”
“แต่หนูเป็น...” นลินดากลืนคำว่าคนรักลงไปในลำคออย่างยากลำบาก เธอไม่มีสิทธิ์ใช้คำนั้น “หนูแค่รอพี่ พี่บอกว่าจะมาหาหนู”
“ฉันก็มาแล้วนี่ไง จะเอาอะไรอีก” ตุลธรกระชากแขนเรียวเต็มแรงจนร่างของเธอถลาเข้ามาปะทะอกกว้าง เขาก้มหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยถ้อยคำที่ไร้ความปรานี “เธอมีหน้าที่แค่รอบนเตียง ไม่ใช่มาจัดฉากบ้าบอพวกนี้เพื่อเรียกร้องความสำคัญ เธอไม่ใช่เมียฉัน อย่ามาทำตัวมีปัญหา”
น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้พังทลายลงมาในที่สุด นลินดาสบตาผู้ชายใจร้ายตรงหน้าด้วยหัวใจที่แหลกสลายจนไม่เหลือชิ้นดี เธออยากจะผลักเขาออก อยากจะกรีดร้องและทุบตีเขาให้สาสมกับความเจ็บปวดที่เขาเฆี่ยนตีหัวใจของเธอ แต่ร่างกายกลับสั่นเทาและไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะขัดขืน
“ทำไมคะ...” นลินดาสะอื้นถาม “ถ้าพี่รังเกียจหนูขนาดนี้ แล้วพี่กลับมาหาหนูทำไม”
“เพราะเธอมันง่ายไงล่ะ” ตุลธรตอบกลับทันควันโดยไม่รักษาน้ำใจ เขาปล่อยแขนเธอออกราวกับสัมผัสของร้อน “เพราะเธอเป็นแค่ที่ระบายอารมณ์ที่ฉันไม่ต้องลงทุนอะไร ไม่ต้องพาไปกินข้าวร้านหรูๆ ไม่ต้องเอาใจใส่ แค่เดินเข้ามาในห้องนี้ เธอก็พร้อมจะนอนอ้าขาให้ฉันแล้ว นี่แหละคือเหตุผลเดียวที่ฉันมาที่นี่”
คำพูดนั้นฆ่านลินดาทั้งเป็น หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องอย่างหมดสภาพ เรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไปจนสิ้น เธอจ้องมองชายหนุ่มที่ยืนค้ำศีรษะอยู่ด้วยสายตาที่พร่ามัวจากการร้องไห้ ผู้ชายที่แสนดีในวันแรกที่เธอรู้จัก ตอนนี้เหลือเพียงซาตานร้ายที่พร้อมจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอให้จมดิน
ตุลธรมองภาพหญิงสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่แทบเท้าด้วยสายตาที่ว่างเปล่า เขาสะบัดเสื้อสูทพาดบ่าและเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง เขาหมดอารมณ์ที่จะสานต่อความสัมพันธ์ทางกายในค่ำคืนนี้แล้ว ความน่ารำคาญของผู้หญิงที่ล้ำเส้นทำให้เขาอยากจะหนีไปให้พ้น
“อย่าทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ฉันไม่ชอบผู้หญิงน่ารำคาญ”
เขาตอกย้ำประโยคสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดังปังสนั่นหวั่นไหว ทิ้งให้เจ้าของห้องจมอยู่กับความมืดมิดและความหนาวเหน็บที่กัดกินขั้วหัวใจ
หญิงสาวคลานเข่าเข้าไปหาโต๊ะพับตัวเล็ก เปลวเทียนบนหน้าเค้กกำลังจะมอดดับลงเพราะไส้เทียนถูกหลอมละลายจนหมด นลินดาประสานมือเข้าด้วยกันหลับตาลงท่ามกลางคราบน้ำตา เธอไม่ได้อธิษฐานขอความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว สิ่งเดียวที่เธอปรารถนาในวันเกิดปีนี้ คือขอให้ตัวเองเข้มแข็งพอที่จะเดินออกไปจากขุมนรกขุมนี้เสียที
ลมหายใจแผ่วเบาเป่ารดลงบนหน้าเค้ก เปลวไฟดวงสุดท้ายดับวูบลงพร้อมกับกลุ่มควันสีเทาที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวที่ดังสะท้อนก้องไปมา เป็นของขวัญวันเกิดชิ้นเดียวที่เธอได้รับและจะจดจำมันไว้ในก้นบึ้งของหัวใจโดยไม่มีทางลืม
รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมกับความหนักอึ้งที่กดทับทั้งร่างกายและจิตใจ นลินดาลืมตาตื่นขึ้นมาบนพื้นเย็นเฉียบ เธอเผลอหลับไปทั้งน้ำตาท่ามกลางซากปรักหักพังของงานวันเกิดที่ไม่มีใครต้องการ แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านม่านผืนเก่าไม่ได้ช่วยให้โลกที่มืดมนของเธอสว่างขึ้นเลย หญิงสาวยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ความปวดหนึบแล่นริ้วจากขมับจรดท้ายทอย เธอทอดสายตามองเค้กวันเกิดที่ละลายเละเทะและอาหารที่บูดเสียบนโต๊ะพับ ก่อนจะจัดการกวาดทิ้งลงถังขยะอย่างเงียบเชียบ ราวกับกำลังกวาดทิ้งเศษเสี้ยวความหวังสุดท้ายของตัวเอง
การฝืนพาร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงมาทำงานในเช้าวันนี้เป็นเรื่องที่แสนสาหัส นลินดาในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาก้าวลงจากรถประจำทาง ทุกย่างก้าวที่เดินมุ่งหน้าสู่อาคารหรูใจกลางเมืองเต็มไปด้วยความว่างเปล่า ทว่าเมื่อเดินผ่านร้านกาแฟเจ้าประจำบริเวณหน้าคลินิก กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วเข้มที่เคยคุ้นชินกลับกลายเป็นสิ่งที่ตีรวนอยู่ในกระเพาะอาหารอย่างรุนแรง อาการวิงเวียนศีรษะโจมตีอย่างหนักหน่วงราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง จนเธอต้องยกมือขึ้นปิดปากและรีบสาวเท้าพุ่งตรงไปยังห้องน้ำของพนักงานอย่างรวดเร็วที่สุด
นลินดายกมือขึ้นค้ำยันขอบอ่างล้างมือสเตนเลส ใบหน้าหวานซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมตามไรผม ขณะที่เธอโก่งคออาเจียนเอาของเหลวรสขมปร่าออกมาจนหมดไส้หมดพุง หญิงสาวหอบหายใจสะท้าน มือสั่นเทาเปิดก๊อกน้ำวักน้ำขึ้นล้างหน้าเพื่อเรียกสติ อาการแปลกประหลาดนี้เริ่มส่งสัญญาณเตือนมาตั้งแต่ตอนที่เธอก้าวเท้าลงจากเตียงในห้องเช่าซอมซ่อ และมันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อได้กลิ่นเครื่องดื่มชนิดเดียวกับที่เธอชงให้ผู้ชายใจร้ายคนนั้นดื่มเป็นประจำทุกเช้า
‘แค่พักผ่อนน้อย ร้องไห้หนักเกินไป...ก็เท่านั้นแหละนลินดา’
